ขนมข้าวโพดอบกรอบ ซอง 5 บาท

#ขนมข้าวโพดอบกรอบ ซอง 5 บาท ประจำร้านโชห่วย

  • เชื่อว่าหลายคนเคยซื้อกินกันอย่างแน่นอน กับขนมข้าวโพดอบกรอบ ซอง 5 บาท และต้องบอกเลยว่าเป็นขนมที่ดูเเสนจะธรรมดา เเต่รายได้ของเจ้าของเเบรนด์กับขนมเเท่งข้าวโพดอบกรอบนั้น ไม่ธรรมดาเลยค่า โดยทางเพจ MarketThink ได้ออกมาเผยถึงความเป็นมาของขนม เเละยังเผยรายได้ที่ทำเอาหลายคนต่างต้องอึ้งไปตามๆกันด้วยว่า ” เจ้าของแบรนด์ “นมแท่ง” ขนมข้าวโพดอบกรอบ รายได้ 900 ล้าน – MarketThink

  • รู้ไหมว่า ขนมข้าวโพดอบกรอบ ซองใสประจำร้านโชห่วย ที่ราคาซองละ 5 บาทสามารถทำรายได้มากกว่า 900 ล้านบาทต่อปี      และทำธุรกิจมาแล้วเกือบ 30 ปีแล้วขนมข้าวโพดอบกรอบชนิดนี้ มีความเป็นมาอย่างไร ?

ย้อนกลับไปเมื่อ 27 ปีที่แล้ว

  • ผู้ก่อตั้ง บริษัท ไพบูลย์ โปรดักส์ จำกัด คือคุณไพบูลย์ พัฒนวานิชกิจกุล และ คุณขวัญจิตร ยั่งยืนต้องการช่วยเกษตรกรให้มีรายได้เพิ่มขึ้น

  • จึงได้รับซื้อข้าวโพด แล้วนำมาแปรรูปให้เป็นเกษตรอุตสาหกรรมโดยสินค้าแรกของทางบริษัทก็คือ ขนมข้าวโพดอบกรอบ ภายใต้ชื่อแบรนด์ว่า “นมแท่ง”ถึงแม้หลังจากเปิดตัว ข้าวโพดอบกรอบจะได้รับความนิยมอย่างมากแต่ทางบริษัท ก็ยังได้หาช่องทางขยายการเติบโตของธุรกิจเพิ่มเติม โดยการคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่น ข้าวเกรียบกุ้ง, เวเฟอร์, บิสกิต และคุกกี้

รวมถึงขยายตลาดออกไปยังประเทศอื่นๆ เช่น กลุ่มประเทศ CLMV, ตะวันออกกลาง, สิงคโปร์, ไต้หวัน, เกาหลี และจีน แล้วผลประกอบการ บริษัท ไพบูลย์ โปรดักส์ จำกัด เป็นอย่างไรปี 2560 รายได้ 520 ล้านบาท กำไร 2 ล้านบาทปี 2561 รายได้ 656 ล้านบาท กำไร 4 ล้านบาท ปี 2562 รายได้ 942 ล้านบาท กำไร 59 ล้านบาท เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนคงอยากรู้ว่ากลยุทธ์อะไร ที่ทำให้ขนมห่อเล็กๆ สามารถทำรายได้ ได้มากขนาดนี้

สิ่งแรกเลยก็คือ คุณภาพของสินค้าเพราะผู้ที่จะอยู่รอดในตลาดได้ สินค้าจะต้องมีคุณภาพที่ดีสามารถทำให้ลูกค้าที่ซื้อไปแล้ว เกิดความพึงพอใจ และ วนกลับมาซื้อซ้ำอีกครั้งดังนั้น ในทุกๆ

การผลิตสินค้าแต่ละชนิด จะต้องคัดสรรวัตถุดิบที่นำมาแปรรูปอย่างดีกรณีของขนมข้าวโพดอบกรอบ จึงคัดเลือกข้าวโพดอย่างดีนำมาแปรรูป โดยไม่ใส่สารปรุงแต่งใดๆ ทำให้มีรสชาติที่ดี และมีความหอมมันตามธรรมชาติ

จุดนี้เองที่เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้บริโภคติดใจในคุณภาพของสินค้า และ กลับมาซื้อซ้ำนอกจากคุณภาพสินค้าจะต้องดีแล้ว สิ่งต่อมา คือ ความแตกต่างเพราะในการผลิตขนม ธุรกิจประเภทนี้มีการแข่งขันกันสูงถ้าไม่สร้างความแตกต่างให้กับสินค้า โอกาสที่จะทำให้ธุรกิจเติบโต ก็แทบจะมองไม่เห็น ขนมประเภทข้าวเกรียบของทางบริษัท จึงได้สร้างความแตกต่างด้วยการทำขนมข้าวเกรียบ ที่มีน้ำจิ้มอยู่ในซอง และมีให้เลือกหลากหลายรสชาติ

ส่วน เวเฟอร์ ของทางไพบูลย์ ก็ถือได้ว่า เป็นเจ้าแรกๆ ที่ผสมโยเกิร์ตลงไปด้วยที่สำคัญ เมื่อกิจการนำสินค้าออกสู่ตลาดได้ระยะเวลาหนึ่งแล้วก็มักจะมีคู่แข่งผลิตสินค้าที่มีลักษณะเดียวกันตามมาดังนั้น บริษัทจะต้องคิดค้น หรือหาทางพัฒนาสินค้าของตัวเองอยู่เสมอถึงแม้ว่า ขนมข้าวโพดอบกรอบ จะได้รับความนิยมจากผู้บริโภคอย่างมากมาย

ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แต่ทางบริษัท ก็ยังได้คิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ ออกมาอยู่เสมอ เช่น การแตกไลน์การผลิต มาทำ เวเฟอร์, บิสกิต และคุกกี้สิ่งสุดท้ายคือ การมองหาตลาดใหม่ๆ เพื่อขยายการเติบโตการเติบโตของธุรกิจ เป็นเป้าหมายสำคัญสำหรับผู้บริหาร และผู้ประกอบการดังนั้น จึงควรมองหา และสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆเพื่อเพิ่มรายได้ทางธุรกิจ และเข้าถึงฐานลูกค้าขนาดใหญ่ขึ้น

อย่างเช่นที่ บริษัท ไพบูลย์ โปรดักส์ ตัดสินใจขยายธุรกิจ ออกไปยังกลุ่มประเทศ CLMV ตะวันออกกลาง สิงคโปร์ ไต้หวัน เกาหลี และจีนจากเรื่องนี้ ก็ถือได้ว่าเป็นกรณีศึกษาที่ดีเพราะใครจะไปคิดว่า ขนมห่อเล็กๆ ที่ขายอยู่ตามโชห่วยจะสามารถสร้างรายได้เกือบถึงหลักพันล้านบาทได้..”